ช่างมันฉันไม่แคร์

Movie Buffet Package > ดูหนัง ไทยคลาสสิค > ช่างมันฉันไม่แคร์

    ดูหนัง ช่างมันฉันไม่แคร์

ช่างมันฉันไม่แคร์

นำแสดงโดย: สินจัย หงษ์ไทย,ลิขิต เอกมงคล,สหัสชัย ชุมรุม,วสันต์ อุตมโยธิน,ชนาภา นุตาคม,ธิติมา สังขพิทักษ์

เรท: ทุกวัย ประเภท: ดราม่า ไทยคลาสสิค

ดูหนัง ช่างมันฉันไม่แคร์
สมัครสมาชิก Movie Buffet

* หนังเรื่องนี้ใช้โปรแกรม Silverlight ในการรับชม
หากท่านไม่มีโปรแกรมนี้กรุณา Download และ ติดตั้งโปรแกรมที่เครื่องก่อน วิธีการ Download และ ติดตั้ง
เนื้อเรื่องย่อ : ช่างมันฉันไม่แคร์

ช่างมันฉันไม่แคร์ เริ่มขึ้นมาด้วยเสียงแซกโซโฟนที่แหบโหยในทำนองของเพลงโอเวอร์ เดอะ เรนโบว์ ซึ่งหงา (สุรชัย จันทิมาทร) เอามาเรียบเรียงเสียงใหม่ โดยมี ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุลเป็นผู้ใส่คำร้อง เนื้อเพลงยังคงพูดถึงความใฝ่ฝันของคนที่อยากจะก้าวข้ามไปให้ถึงที่ที่มีแต่ความสุขอันอยู่สุดปลายของสายรุ้งตามเนื้อหาเดิมของเพลงโอเวอร์ เดอะ เรนโบว์ เสียงดนตรีบางท่อนที่เป็นเสียงเดี่ยวๆ ของแซ็กโซโฟนให้ความรู้สึกหวานระคนเศร้า โดดเดี่ยวและเหงาๆ สำหรับใครก็ตามที่เคยมีความรู้สึกเหงาใจยามเดินสวนกับฝูงคนบนถนนสายจอแจคงจะรับรู้ความรู้สึกจากดนตรีท่อนนี้ได้ดี

ตัวละครสองตัวถูกปล่อยออกมาบนเส้นทางชีวิตซึ่งอยู่กันคนละมุมของสังคมกรุงเทพฯ เบิร์ด (ลิขิต เอกมงคล) เป็นจิ๊กกะโล่หนุ่มผู้มีรูปร่างดีมีอาชีพขายตัวอยู่ในบาร์แห่งหนึ่งพิม (สินจัย หงษ์ไทย) เป็นสาวปราดเปรียวและมือทองของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งเส้นชีวิตของคนทั้งสองเดินทางมาบรรจบพบกันโดยบังเอิญ เพราะพิมกำลังต้องการนายแบบโฆษณากางเกงชั้นในสุภาพบุรุษและเบิร์ดก็ต้องการเงินหลายคนอาจประหลาดใจที่ผู้สร้างกำหนดให้โฆษณาชิ้นแรกที่พระเอกหนุ่มของเราได้รับเป็นโฆษณากางเกงชั้นในผมเองตอนแรกก็รู้สึกเช่นนั้นแต่พอมานึกๆ อีกทีก็รู้สึกเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงเพราโฆษณาชนิดนี้ต้องการความเป็นหนุ่มซึ่งก็เหมาะกับพระเอกของเราที่มีอาชีพขายความเป็นหนุ่ม โฆษณาชนิดนี้ไม่ต้องการคนที่มีสติปัญญามากนัก ซึ่งก็เหมาะกับพระเอกของเราอีกและที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นการปูความรู้สึกให้คนดูได้รับรู้ถึงความโง่เง่าไร้สาระของวงการโฆษณาอันจะส่งลูกต่อไปยังความคิดสำคัญของตัวนางเอกในตอนท้าย

เหตุผลในการขายตัวของเบิร์ดไม่ต่างจากคนอาชีพเดียวกันที่ต่างเพศเท่าไหร่นักกล่าวคือต้องส่งเสียให้กับพ่อแม่และน้องการที่เขาได้เป็นนายแบบโฆษณาทำให้เขาได้เป็นดารายอดนิยมในอาชีพประจำของเขาด้วยแต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่สำคัญเท่ากับความใกล้ชิดกับพิมที่มีมากขึ้น จนกระทั่งเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่ชีวิตขาดไป นั่นก็คือความรักและความอบอุ่นส่วนพิมนั้นความจริงเธอมีความสัมพันธ์อยู่ก่อนแล้วกับคมสัน (สหัสชัย ชุมรุม) นักธุรกิจหนุ่มซึ่งมีอนาคตอันรุ่งเรืองแต่ยิ่งนานวันสัมพันธภาพของทั้งสองคนก็ยิ่งห่างกันออกไปทุกทีเพราะคมสันคนเดิมที่พิมเคยรักได้ตายไปจากความรู้สึกของพิมนานแล้วและเมื่อค่ำคืนที่คมสันพยายามจะใช้กำลังปลุกปล้ำพิมแต่เบิร์ดเข้ามาช่วยทันก็ยิ่งทำให้พิมและคมสันแยกทางกันเดินโดยถาวร

มาถึงตรงนี้ พิมผู้ซึ่งเมามายก็เปิดเผยความเป็นมาของตัวเองต่อคนดูโดยผ่านการเล่าให้เบิร์ดฟังเธอเคยเป็นแอ็คติวิสต์สมัยเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ พิมได้เห็นการฆาตกรรมทางการเมืองเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อย่างใกล้ชิดและเกือบจะต้องตกเป็นเหยื่อการฆาตกรรมครั้งนั้นด้วย หากคมสันเข้ามาช่วยเหลือไม่ทันทั้งสองหนีกันไปที่เกาะเสม็ดและมีรักต่อกันที่นั่นต่อเมื่อบ้านเมืองดีทั้งคู่จึงกลับมาสู่เมืองและมีอาชีพแตกต่างกันไปคมสัน เจริญรอยตามพ่อซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ส่วนพิมทำงานทางโฆษณาและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแต่ในส่วนลึกแล้วเธอก็มีความเห็นว่ามันคือ “กระหรี่ทางปัญญา” เท่านั้น

เบิร์ดพาพิมไปที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติเพื่อฟื้นจิตใจที่บอบช้ำความงามของกระจกสีประดับช่องหน้าต่างลวดลายประดับฝาแบบเวเนเทียนเรอแนสซองส์และสถาปัตยกรรมแบบกอธิกของวัดนิเวศน์ฯ ช่วยให้พิมผ่อนคลายขึ้นจากบทผู้ร้ายของคมสันเมื่อคืนก่อน ยิ่งทัศนียภาพของทุ่งนาอันกว้างขวางยิ่งทำให้พิมสุขใจขึ้นเธอพูดกับเบิร์ดว่า “หากไม่มีทุ่งนา เราก็คงไม่เป็นตัวตนกันได้หรอก” เบิร์ดดีใจที่พิมมองเห็นความสำคัญของท้องนาซึ่งเป็นพื้นฐานชีวิตเดิมของตน เขาขอให้พิมเรียกชื่อจริงๆ เขาว่าสมหวัง

พิมคิดจะเลิกจากอาชีพโฆษณาในขณะที่สมหวังต้องการจะเลิกจากอาชีพขายตัวเพื่ออยู่กินกับพิมแต่ก็ช้าไปกว่ามืออำมหิตของคมสันผู้ผูกใจเจ็บจะเอื้อมมาถึง คมสันได้ออกอุบายให้พิมได้รู้ความจริงส่วนตัวของสมหวังจนสมหวังวิ่งเตลิดหนีไปแต่พิมผู้ซึ่งประกาศล้างมือจากวงการ “กะหรี่ทางปัญญา” ก็ไม่แคร์กับอดีตของสมหวังเธอได้เดินเคียงคู่ไปกับสมหวังท่ามกลางสายฝนและลมแรงแห่งชีวิตที่โหมกระหน่ำอย่างหนัก